Pride Month 2025: How the LGBTQIAN+ Community Shaped Modern Fashion

ย้อนไปดูประวัติ Stonewall Riots และบทบาทของแฟชั่นในการเปลี่ยนแปลงสังคม LGBTQIAN+ จนถึง Bangkok Pride Parade 2025

...

Pride Month 2025: LGBTQIAN+ พลิกโฉมหน้าแฟชั่นในปัจจุบันอย่างไร?

เดือนมิถุนายนของทุกปี ถูกขนานนามว่าเป็น Pride Month หรือเดือนแห่งความภาคภูมิใจของชาว LGBTQIAN+ ทั่วโลก โดยเฉพาะในปีนี้ Pride Month 2025 ได้กลายเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผู้คนร่วมกันเฉลิมฉลองตัวตน ความหลากหลาย และเสรีภาพในการแสดงออกของเพศสภาพที่แตกต่าง ไม่ใช่แค่เฉพาะในโลกตะวันตกเท่านั้น แต่รวมถึงประเทศไทย ที่มีการจัดงาน Bangkok Pride Parade 2025 อย่างยิ่งใหญ่กลางกรุงเทพฯ แสดงให้เห็นว่าความภาคภูมิใจในตัวเองได้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนทางสังคม และหนึ่งในเครื่องมือทรงพลังในการขับเคลื่อนนี้คือ “แฟชั่น”

จุดกำเนิด Pride Month: เหตุการณ์ Stonewall Riots

Pride Month มีจุดเริ่มต้นมาจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา นั่นคือ Stonewall Riots หรือ การจลาจลที่สโตนวอลล์ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 1969 ย่านกรีนิชวิลเลจ มหานครนิวยอร์ก เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบาร์ชื่อ Stonewall Inn ซึ่งเป็นบาร์ที่ LGBTQIAN+ ถือเป็นพื้นที่ปลอดภัยในยุคนั้น

โดยค่ำคืนนั้นแม้จะใช้ข้ออ้างว่าเป็นการตรวจค้นเรื่องซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่จริงๆ แล้วหากตำรวจพบใครแต่งกายข้ามเพศ ไม่ตรงกับเพศสภาพของตน ก็จะทำการจับกุมทันที

การตรวจค้นครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ชนวนเกิดขึ้นเมื่อตำรวจทำร้ายร่างกายลูกค้าหญิงคนหนึ่ง นั่นทำให้คนที่เห็นเหตุการณ์ประท้วงด้วยการขว้างปาสิ่งของใส่ ทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจเรียกกำลังพลเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ จุดนี้เองที่เหตุการณ์เริ่มบานปลายและนำไปสู่การที่ชุมชน LGBTQIAN+ ตัดสินใจไม่ยอมอีกต่อไป และลุกขึ้นต่อต้าน จนเกิดเป็นจลาจลที่กินระยะเวลายาวนานกว่า 6 วัน

เหตุการณ์ Stonewall Riots กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการเรียกร้องสิทธิของกลุ่มหลากหลายทางเพศทั่วโลก และนำไปสู่การจัด “Pride March” ครั้งแรกในนิวยอร์กในปีถัดมา นับแต่นั้นเป็นต้นมา เดือนมิถุนายนของทุกปีจึงถูกประกาศให้เป็น Pride Month อย่างไม่เป็นทางการ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์นี้และสานต่อพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง และนปี 2019 ชุมชน LGBTQIAN+ ถึงจะได้รับคำขอโทษเกี่ยวความรุนแรงที่เกิดขึ้นใน Stonewall Riots จากปากของ James P. O’Neill อธิบดีกรมตำรวจของมหานครนิวยอร์ก ซึ่งใช้เวลานานถึง 50 ปี

...

แฟชั่น: เครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงสังคม

ก่อนหน้าการเกิด Stonewall Riots แฟชั่นถูกจำกัดอยู่ในกรอบของ “เพศ” อย่างชัดเจน เสื้อผ้าสำหรับผู้ชายก็ควรเป็นแบบหนึ่ง เสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงก็ต้องเป็นอีกแบบหนึ่ง การแต่งกายที่ไม่ตรงกับเพศสภาพที่สังคมกำหนดอาจนำไปสู่การถูกจับกุม ถูกทำร้าย หรือถูกขับไล่จากครอบครัวและชุมชน

แต่หลังจากการจลาจลที่ Stonewall เกิดขึ้น กลุ่ม LGBTQIAN+ ได้ใช้ “แฟชั่น” เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการแสดงออกถึงการไม่ยอมจำนนต่ออำนาจเก่าและกรอบทางเพศดั้งเดิม เสื้อผ้ากลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้าน การปลดปล่อย และการเรียกร้องเสรีภาพในการเป็นตัวเอง

แฟชั่นจึงไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความสวยงามอีกต่อไป แต่กลายเป็น “เสียง” ที่ดังก้องให้โลกรับรู้ว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เพศอะไร คุณมีสิทธิ์ที่จะแต่งตัวในแบบที่คุณเลือก มีสิทธิ์ที่จะแสดงออกในแบบที่คุณภาคภูมิใจ

...

จากความภาคภูมิใจ สู่แฟชั่นยุคใหม่

หลังเหตุการณ์ Stonewall โลกแฟชั่นก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นในช่วงยุค 70s ที่เกิดกระแส The Clone Look ซึ่งเน้นแต่งกายด้วยภาพลักษณ์ความเป็นชายแบบเข้มข้นในชุมชนเกย์ เพื่อเสียดสีค่านิยมที่ว่าเป็นเกย์ต้องจริตเหมือนผู้หญิงเพียงอย่างเดียว ไปจนถึงการเกิดขึ้นของ Fashion Activism ที่ใช้เสื้อผ้าเป็นสื่อกลางทางการเมืองในการเรียกร้องสิทธิและความเท่าเทียม

ในยุคปัจจุบัน แฟชั่นได้ก้าวข้ามขอบเขตของเพศโดยสิ้นเชิง ดีไซเนอร์จำนวนมากได้นำเสนอเสื้อผ้าแบบ genderless หรือไร้เพศ พร้อมกับการเฉลิมฉลองความหลากหลายในรันเวย์ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่ใส่สูทแบบแมนๆ ผู้ชายที่ใส่กระโปรง หรือคนที่ไม่จำเป็นต้องเลือกเพศในการแต่งกายเลย ทุกสิ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มต้นจากการลุกขึ้นสู้ของกลุ่ม LGBTQIAN+ เมื่อหลายสิบปีก่อน และเราจะเห็นได้ชัดในขบวน Bangkok Pride Parade 2025 ที่ใช้แฟชั่นเป็นเครื่องมือพูดถึงความเท่าเทียมในสังคม

...

Bangkok Pride Parade 2025: เสียงสะท้อนจากแฟชั่นสู่ท้องถนน

ในปี 2025 นี้ Bangkok Pride Parade 2025 ถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้ธีม “Born This Way: The Continuing Fight from Marriage Equality to Identity Recognition” พร้อม “ธงอัตลักษณ์” ยาว 200 เมตร ซึ่งสะท้อนการเดินทางของชุมชน LGBTQIAN+ จากชัยชนะในการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม ไปสู่การต่อสู้ครั้งใหม่คือ “การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ” โดย Bangkok Pride Parade 2025 แบ่งธีมขบวนออกเป็น 7 สี

ขบวนนำ "Born Again"

ขบวนที่ 1 "Born to be Loved" ขบวนสีแดง

ขบวนที่ 2 "Born to be Together" ขบวนสีชมพู

ขบวนที่ 3 "Born to be Me" ขบวนสีม่วง

ขบวนที่ 4 "Born to be Part of One" ขบวนสีเขียว

ขบวนที่ 5 "Born to Create & Inspire" ขบวนสีเหลือง

ขบวนที่ 6 "Born to Heal Generations" ขบวนสีฟ้า

และปีนี้ยังมี 6 ทูตนฤมิต บางกอกไพรด์ ดีไซน์ผ่านฝีมือของ คุณจรัญ คงมั่น หรือคุณโป้ง ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ที่มาในคอนเซปต์ Goddess of Rice หรือ “เทพีข้าว” แทนสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ที่ผูกพันกับพวกเราชาวเอเชียอาคเนย์มานานแสนนาน โดยคุณโป้งเชื่อว่าแฟชั่นคือเครื่องมือเพื่อผลักดันประเด็นต่างๆ ทางสังคมได้ เพราะฉะนั้นเทพีข้าวทั้ง 6 คนจึงเปรียบเสมือนกระบอกเสียงเพื่อสังคมแห่งความเท่าเทียอย่างแท้จริง โดย 6 ทูต 6 สีจะมี 1. คุณป๊อปอาย - มงคล ไทยอ่อน ทูตนฤมิตสีส้ม 2. คุณบีบอนด์ - สมประสงค์ ชวดสูงเนิน ทูตนฤมิตสีแดง 3. คุณไฮยีนส์ - พิชยา เกตุอุดม ทูตนฤมิตสีม่วง 4. คุณดาด้า - ฉัตรชฎา สุวรไตร ทูตนฤมิตสีฟ้า 5. คุณฆนา - ฆนรุจ สุสาวรนนท์ ทูตนฤมิตสีเขียว และ 6. คุณปังปอนด์ - ปอเกียรติ อิทธิทวีอนันท์ ทูตนฤมิตสีเหลือง ซึ่งทุกคนล้วนเป็นผู้ผลักดัน LGBTQIAN+ Community ในหลากหลายด้านมาโดยตลอดนั่นเอง

สรุป

Pride Month 2025 ไม่ใช่แค่เดือนแห่งการเฉลิมฉลองอีกต่อไป แต่มันคือบทพิสูจน์ว่าชุมชน LGBTQIAN+ ได้เปลี่ยนโลก—รวมถึงวงการแฟชั่น—ให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลาย ยืดหยุ่น และเป็นของทุกคน ทุกลุคที่ปรากฏใน Bangkok Pride Parade 2025 ไม่ใช่แค่ “ชุดสวย” แต่คือเสียงของการต่อต้าน การยืนหยัด และการประกาศว่าทุกคนควรมีสิทธิ์เป็นในสิ่งที่ตัวเองเป็นได้อย่างภาคภูมิใจ

มนุษย์ล้วนวาดฝันถึงโลกที่ดีกว่าเดิม และมันย่อมไม่ใช่โลกที่ทุกอย่างเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว เพราะเราล้วนแตกต่างกัน และความแตกต่างนี่แหละคือความสวยงาม เราคงไม่อยากอยู่บนโลกที่มีแต่เฉดสีขาวกับดำ เพราะถ้าหากเป็นเช่นนั้น มันคงน่าเสียดายเหลือเกิน ที่เราจะไม่โอกาสรับรู้เลยว่า “สีรุ้ง” นั้นสวยงามเพียงใด

พวกเรา SASOM ขอสนับสนุนชุมชน LGBTQIAN+ เพราะเราเชื่อว่าโลกนี้อยู่บนพื้นฐานของความหลากหลายตลอดมา และจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

Recommended

    Pride Month 2025: How the LGBTQIAN+ Community Shaped Modern Fashion | SASOM